ตัวหนังสือเยอะไปหน่อย

แต่อ่านกันด้วยนะคะ

.

. 

พบโรคใหม่ ไข้กระต่าย ครั้งแรกในไทย

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรมควบคุมโรคมีการตรวจพบโรคทูลาเรเมีย (Tularemia) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย บาซิลัส Francisella tularensis ส่วนมากมักจะพบในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะกระต่าย ในต่างประเทศบางครั้งเรียกว่าไข้กระต่าย หรือ Rabbit Fever และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในประเทศแถบยุโรป และอเมริกา ซึ่งโรคดังกล่าวพบได้ทั่วไปแทบทุกประเทศ 

 Tularemia

         
"แต่สำหรับประเทศไทยถือเป็นการตรวจพบครั้งแรก เชื่อว่าอาจจะติดจากการเลี้ยงกระต่ายที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ขณะนี้ได้ส่งเชื้อให้ฝ่ายปฏิบัติการที่สหรัฐอเมริกาตรวจยืนยันผล เพราะห้องปฏิบัติการในประเทศไทยยังไม่สามารถตรวจเชื้อตัวดังกล่าวได้ ซึ่งมีการยืนยันผลแล้ว 99% ว่าจะเป็นเชื้อชนิดดังกล่าว" อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว 

          นพ.ธวัชกล่าวว่า ผู้ป่วยโรคทูลาเรเมียรายดังกล่าวเป็นชายวัย 35-40 ปี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) ประจวบคีรีขันธ์ และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง เริ่มรับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 โดยผู้ป่วยมีไข้เป็นระยะๆ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2550 ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล ต่อมาวันที่ 25-30 กันยายน 2550 ผู้ป่วยเริ่มมีไข้สูง มีอาการขาบวม และเข้ารับการรักษาที่ รพ.ศิริราช กระทั่งเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2550 ผู้ป่วยมีอาการไม่ดี แพทย์ทำการเจาะเลือด พบเชื้อแบคทีเรียบาซิลัส แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบาซิลัสตัวใด ต่อมาไม่นานผู้ป่วยเสียชีวิต

          นพ.ธวัชกล่าวอีกว่า ขณะนี้สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ลงไปสอบสวนโรคที่บ้านและครอบครัวของผู้ตาย พบว่าไม่มีประวัติการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ การเล่นคลุกคลีกับสัตว์ไม่แน่ชัด แต่ในละแวกบ้านมีการเลี้ยงโค สุนัข และมีแมวจรจัดค่อนข้างมาก เบื้องต้น กรมปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการเจาะเลือดโค และสุนัข ตรวจหาเชื้อแล้ว 

          อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า พร้อมทั้งค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ด้วยการสัมภาษณ์และเจาะเลือด รวมทั้งดักจับหนูทั้งในบ้าน รอบบ้านของผู้ป่วยสงสัยและเพื่อนบ้านเพื่อตรวจการติดเชื้อจากตับ ม้าม ปอด ของหนูที่ดักได้ เก็บเห็บหมัด เพื่อตรวจ PCR และเจาะเลือดเพื่อตรวจทางซีโรโลยี รวมทั้ง เจาะเลือดสัตว์ในบริเวณพื้นที่ของการสอบสวนโรคเพิ่มเติม โดยส่งตัวอย่างทั้งหมดตรวจที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ทหาร (AFRIMS) รพ.พระมงกุฎเกล้า คาดว่าจะทราบผลการตรวจในเร็วๆ นี้ 

 

         
"ผู้ป่วยโรคทูลาเรเมียมักมีอาการแรกเริ่มคือมีไข้ กล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งเป็นอาการคล้ายกับหลายโรค แพทย์จึงวินิจฉัย และให้การรักษาแบบครอบคลุมคือให้ยาปฏิชีวนะ จนกระทั่วผู้ป่วยหายในที่สุด แต่ไม่ได้มีการตรวจเลือดยืนยันว่าเป็นโรคใดกันแน่ โดยส่วนใหญ่แพทย์จะระบุว่าเป็นไข้หวัดโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งผู้ป่วยจำนวนนี้มีเยอะมาก" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว 

          ด้าน น.สพ.พลายยงค์ สการะเศรณี นายสัตวแพทย์ 9 กลุ่มงานโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า เชื้อแบคทีเรียบาซิลัส Francisella tularensis นี้ สามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้หลายทางและจะแสดงอาการตามช่องทางที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น ถ้าติดมาจากการกินอาหาร หรือน้ำ ที่มีเชื้อปนเปื้อน ก็จะมีอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาเจียน อาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง ถ้าติดทางการหายใจ ก็จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้ระบบการหายใจล้มเหลว ปอดบวม ปอดอักเสบ หรือถ้าติดทางผิวหนัง จากสารคัดหลั่งของสัตว์ โดยเชื้อเข้าสู่ร่ายกายคนผ่านทางบาดแผล ก็จะทำให้มีแผลอักเสบ เรื้อรัง รักษาไม่หาย และสุดท้ายเชื้อโรคก็จะเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้โลหิตเป็นพิษ และเสียชีวิตในที่สุด 

        
  "อยากจะเตือนบรรดาผู้ที่รักสัตว์ โดยเฉพาะการนำสัตว์เลี้ยงทั้งที่แปลกและไม่แปลกเข้ามาจากต่างประเทศ ควรที่จะต้องมีการป้องกันโดยการตรวจสอบเอกสารรับรองการปลอดโรคของสัตว์ทั้งจากต่างประเทศ และด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศของไทย เพราะเชื้อโรคบางอย่าง เมื่ออยู่ในตัวสัตว์จะไม่แสดงอาการ แต่เมื่อถ่ายทอดมาสู่คน คนจะมีอาการป่วย การคลุกคลีหรือเล่นกับสัตว์ต้องระมัดระวัง ล้างมือ ทำความสะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ จะทำให้ปลอดภัยมากขึ้น" น.สพ.พลายยงค์กล่าว 

ที่มา: กระปุกดอทคอม >> http://hilight.kapook.com/view/21764 

.

.

อย่าลืม ดูแลเจ้าตัวเล็กๆของพวกเรากันด้วยนะคะ

ก่อนจะสายเกินไปนะ

IMG045.jpg 

รักนะ ไอ้ยุ่ง หุหุ

Comment

Comment:

Tweet

พึงไปเล่นกระต่ายมาวันนี้เองงะ

#13 By ✦くららちゃん✦ on 2008-03-17 22:55

ง่า ไข้กระต่าย ชื่อแปลกๆ แต่ น่ากลัว อ่าๆ เห้อโชคดีที่บ้านไม่ได้เลี้ยงๆแต่หมา งิๆยังไงก็คนที่เลี้ยงดูแลกันให้ดีนะ TT_TT น่าสงสารน้อยต่าย

ปล. กระเป๋าน้องต่ายจะติดโรคได้ไหมนะ

#12 By Ekilus on 2008-03-17 21:01

อุ อย่างงี้แย่แล้วสิ

ต้องรีบกลับไปดูลูกโดยด่วน

ขอบคุณนะคร้าบสำหรับข่าวสาร

#11 By Silver_Moony on 2008-03-17 20:07

อย่างว่าละนะ
สัตว์พวกนี้ มัน import มาจากที่อื่น

เชื้อโรคที่มาด้วย มันก็เลยไม่คุ้นกะแถวนี้

จิ้ม ๆHot! Hot! Hot!

ว่าง ๆ เอาไอ้ยุ่งมาเล่นมั่งซิ

#10 By Nekoi ~ Sweet Alice on 2008-03-17 17:33

^
^
เราคิดว่าน่าจะเป็นเนื้องอก และพอแตกมันเลยเกา กลายเป็นสะเก็ดแผลดำๆแข็งๆมากกว่ารึเปล่า เพราะเราเคยเลี้ยงแฮมสเตอร์แล้วมันมีอาการยังงี้เหมือนกัน

ไม่นานมันก็ตายอ่ะ เศร้า

#9 By + Lady + LiLiMu + on 2008-03-17 15:36

ที่บ้านเดี๊ยนมีหนูเป็นมะเร็งแหละ =_="
เอ่อ จริงๆก็เรียกไปเองไม่รู้มันเป็นไร
แต่ขามันปูดบวม แล้วก็แตกออกข้างในเป็นเนื้อดำๆ
น่าสยดสยองเป็นที่สุด อึ๋ย~


ไข้กระต่ายยยยยย
วู้วววววววว


ถ้าเปนแล้วหูงอกก็น่าจะดีนะ
แต่ตายก่อนงอกนี่ไม่ดี ไม่ดี

*0*

#7 By (( คุณกี้~!! )) on 2008-03-17 14:29

น้องกระต่ายเป็นโรคด้วย เชื้อใหม่เหรอเนี่ย =_="""

กำลังอยากเลี้ยงกระต่ายด้วย =[]=""""

#6 By on 2008-03-17 14:26

สงสัยต้องจับเจ้าสิงห์ขาวไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปไหนแล้วล่ะ ขออย่าให้ลุกลามระบาดใหญ่โตเลยนะ

#5 By Bloody Bambi on 2008-03-17 13:38

^
^
เอดส์นี่ ถ้าจำไม่ผิด มันมาจากลิงป่าใช่รึเปล่าอ้ะ?

#4 By + Lady + LiLiMu + on 2008-03-17 13:27

อ่า โชคดีไป ตี้เลี้ยงสัตว์ไม่ได้ แพ้ขนสัตว์โยเฉพาะแมว กับกระต่าย แต่ว่า เรื่องนี้มันก็คล้ายๆกับที่มาของเอดส์นั่นแหละค่ะ คือติดมาจากสัตว์sad smile

#3 By ZarTys on 2008-03-17 13:09

น้องกระต่ายน่าสงสารเป็นโรคด้วย เอามาติดคนเลี้ยงอีก

ดูแลดีๆนะก๊า angry smile

#2 By ^picktan^ on 2008-03-17 13:08

เชื้อโรคไม่คุ้น คนไทยยังไม่มีภูมิคุ้มกัน

#1 By โหมด on 2008-03-17 13:07